ปรึกษาฟรี 084-6764477 ปรึกษากฎหมายฟรี คุยกับทนายความฟรี สายตรงทนายความ ปรึกษาทนายฟรี ปรึกษาคดีความ ปรึกษาคดีฟรี ทนายอาสา ว่าความ สายด่วนทนายความ ทนายความใจดี ทนายชาวบ้าน ทนายคนจน ทนายศาล ทนายคลายทุกข์ ทนายขอแรง ทนายความสมุทรปราการ ทนายมืออาชีพ ทนายศาล ทนายจิตอาสา บริการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ปรึกษาภาษี วางระบบบัญชี
เมษายน 23, 2018, 12:22:33 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ปรึกษาทนายฟรี 084-676-4477 ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทนายอาสา ทนายขอแรง ทนายคลายทุกข์ ทนายชาวบ้าน ทนายใจดี ทนายคนจน ปรึกษาคดีความฟรี คุยกับทนายความใจดี ทนายศาล ทนายมืออาชีพ หาทนายฟรี ทนายตั้งใจทำงาน สายด่วนทนาย สายตรงทนาย ทนายคุณธรรม ทนายเก่งๆ ทนายจิตอาสา ปรึกษาคดีความ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:29:00 am 
เริ่มโดย ชาวสวนลำไยจังหวัดลำพูน - กระทู้ล่าสุด โดย ทนายคลายทุกข์
เป็นเรื่องทางแพ่ง ฟ้องศาลในคดีแพ่งได้ครับ
หาทนายดำเนินการฟ้องได้เลย
ไม่ผิดฉ้อโกง
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 2 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:27:12 pm 
เริ่มโดย ชาวสวนลำไยจังหวัดลำพูน - กระทู้ล่าสุด โดย ชาวสวนลำไยจังหวัดลำพูน
คือเรื่องหลักๆมีอยู่ว่า ผมตกลงขายลำไย 410,000 บาท โดยเงื่อนไขทั่วไปที่คุยกันเบื้องต้นคือ

ผู้ซื้อมัดจำมา 40,000 คงค้าง 370,000 จะจ่ายวันแรกที่เข้ามาเก็บผลผลิต
แต่พอถึงวันนั้นมาถึง ผู้ซื้อมาเก็บผลผลิตแล้วจ่ายเงินมาจำนวน 260,000 บาท รวม 300,000 บาท คงค้างจ่าย 110,000
โดยบอกเหตุผลว่า จะเก็บวันนี้วันเดียวเก็บไปแค่บางส่วน แล้วบอกว่าเหลือลำไยใว้บางส่วนเพราะลูกเล็กอยู่ยังเก็บไม่ได้ ประจวบเหมาะกับติดช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี ก็เลยคงค้างจ่ายอีก 110,000 บาท แล้วจะจ่ายในวันที่เข้ามาเก็บรอบสุดท้าย. แต่พอรุ่งขึ้นอีกวันแอบมาเก็บอีกโดยไม่แจ้งเราล่วงหน้า แต่เราเข้ามาที่สวนเลยเห็นพอดี สรุปคือเก็บไปประมาณ80%ของผลผลิต หลังจากนั้นประมาด1 อาทิตย์ผู้ซื้อได้เข้ามาที่สวนแล้วอ้างโน่นอ้างนี่ว่า ลำไยที่เหลือไม่สวยไม่ดี จะไม่จ่ายส่วนที่เหลือทั้งๆที่ลำไยเก็บออกมีแต่ส่วนที่ดีและจำนวนมากกว่าที่จ่ายมา แล้วส่วนที่เหลือมีอยู่อีกไม่มาก มูลค่าไม่ถึงที่ค้างจ่ายด้วยซ้ำ

กรณีนี้ผมจะแจ้งความดำเนินคดีได้หรือไม่ครับเพราะทำสวนมาทั้งปีทำเองเหนื่อยมาก ราคาผลผลิตก็ไม่ค่อยดีแล้วมาโดนแบบนี้อีก

ขอบพระคุณมากครับ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 3 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:09:49 am 
เริ่มโดย สา - กระทู้ล่าสุด โดย ทนายคลายทุกข์
ศาลเยาวชนและครอบครัว
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 4 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:21:11 am 
เริ่มโดย สา - กระทู้ล่าสุด โดย สา
สามีถูกต้องตามกฎหมายไปมีชู้กับตำรวจ อยากจะฟ้องเอาผิดจะต้องไปฟ้องที่ไหนคะ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 5 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2018, 11:57:06 pm 
เริ่มโดย กฤติกา - กระทู้ล่าสุด โดย กฤติกา
สอบถามคะ ญาติไปซื้อที่ดินที่มีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของโฉนด กับ เจ้าของเดิมโดยตัดสินใจซื้อเพราะเจ้าของโฉนดขายถูกราคาต่ำกว่าราคาตลาดมาก พอศาลตัดสินแล้วกลายเป็นว่าเจ้าของเดิมชนะ ศาลสั่งให้เพิกถอนการซื้อขาย ญาติสามารถเรียกเงินคืนในการซื้อที่ดินจากเจ้าของโฉนดได้หรือไม่ ถ้าขณะซื้อศาลเห็นอยู่แล้วว่าเราทราบว่าที่ดินกำลังมีข้อพิพาท จะโดนหาว่าทุจริตแล้วไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ให้ได้รับเงินคืนหรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 6 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2018, 05:51:35 am 
เริ่มโดย natty - กระทู้ล่าสุด โดย ทนายคลายทุกข์
ไม่เกี่ยวเลย เราแค่สงสัยว่ามันคืออะไร จะไปผิดได้อย่างไร
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 7 
 เมื่อ: เมษายน 20, 2018, 11:02:32 pm 
เริ่มโดย natty - กระทู้ล่าสุด โดย natty
 ผมได้รับสร้อย มาจากญาติ คิดว่าเป็นทองคำขาว เลยไปโรงรับจำนำเพื่อที่จะจำนำ สอบถามโรงรับจำนำว่า รับจำนำทองคำขาวหรือไม่ ประกฎโรงรับจำนำบอกว่า มันเป็นสร้อยเงิน แล้วไม่รับจํานํา อย่างนี้ผมจะผิดข้อหาพยายามฉ้อโกงหรือไม่ครับ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 8 
 เมื่อ: เมษายน 20, 2018, 07:46:07 pm 
เริ่มโดย ฟ้องเรืองบ้าน - กระทู้ล่าสุด โดย ฟ้องเรืองบ้าน
เรือง สัญญาการกู้เงินซื้อบ้าน และกู้อื่นๆ โดยมีบ้านค้ำประกัน มูลหนี้ประมาณ  2.3 ล้านบาท เริ่มกู้ตั้งแต่ปี 2548 กับธนาคารกรุงไทย
เรื่องที่จะขอปรึกษาครับ เคสนี้พอจะมีสิทธิสู้คดีได้บ้างมั๊ย หรือต้องยอมตามที่ธนาคารฟ้องอย่างเดียว /โดยสิ่งที่คิดว่าจะต่อสู้คดีคือ
1. ปกติต้องส่งบ้านเดือนละ 19,000 ก็ส่งมาปกติสิบกว่าปี แล้วต้นปี 2560 ไปทำเรืองขอให้ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้ให้ เพราะต้องออกจากงานประจำ และธุรกิจที่ทำประสบปัญหาขาดทุน คิดว่าจะผ่อนไม่ไหว โดยจะขอผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย + กับเงินต้นอีกนิดหน่อยให้ธนาคาร แต่จนท. ธนาคารที่รับเรืองแจ้งว่า ถ้ายังไม่เป็นลูกหนี้เสีย ยังปรับโครงสร้างไม่ได้ ก็เลยไม่ได้ทำเรือง และสุดท้ายก็ค้างชำระตามที่คาดไว้ โดยค้างไปประมาณ 4-5 งวด จนเป็นหนี้เสีย หลังจากนั้นก็เลยไปขอปรับโครงสร้างหนี้ อีกครั้ง ทีนี้ จนท. ธนาคารก็รับเรือง และบอกว่าให้ทำเรือง ส่งเอกสาร คำร้องอะไรเข้าไป และบอกว่า ต้องหาเงินมาจ่ายค่างวดที่ค้างไว้ทั้งหมดก่อน ไม่งั้นธนาคารจะไม่อนุมัติ ก็ได้หามาจ่ายให้เป็นเงินประมาณหนึ่งแสน โดยโอนไปช่วงเดือน มิย. สุดท้ายธนาคารบอกไม่อนุมัติ เหมือนหลอกให้หาเงินไปจ่ายหนี้ที่ค้างไว้ แต่ไม่คิดจะปรับโครงสร้างให้เรา ซึ่งเงินที่นำไปชำระนั้น ได้ยืมคนอื่นมาส่วนนึง เพราะคาดหวังว่าอยากปรับโครงสร้างหนี้ ตามที่ยื่นคำร้องไป ทีนี้ก็ต้องกลับมาจ่ายยอดปกติอีกคือ 19,000 บาทต่อไปอีก

2. พอหลังจากธนาคารไม่อนุมัติแล้ว  ก็เข้าสู่สภาวะเดิมคือ ไม่มีส่งอีก ต่อมาอีก 4-5 เดือน คือ วันที 25 พฤศจิกายน 2560 แบงค์ก็ยื่นโนติสมา บอกว่าให้เอาเงินไปจ่ายทั้งหมดรวมดอกเบี้ยปรับภายใน 60 วัน ไม่งั้นจะฟ้องศาล ทางเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่เนื่องจากตัวเองทำงานอยู่ ตจว. และไม่ได้รับเอกสารโนติส แต่เมื่อกลับบ้านไปและพบจม.โนติสก็รีบเข้าไปที่ธนาคารทันที ประมาณวันที่ 5 มค. 61 ก็เข้าไปทำเรืองขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้อีกครั้งกับ จนท. ธนาคารที่สาขาที่ดูแลเคสเราอยู่ เค้าก็ทำเรืองให้ คือให้จ่าย 15,000 ต่อเดือน เพราะดอกเบี้ยทั้งหมดต่อเดือนเป็นเงินจำนวน 13,000 บาท และเป็นเงินต้น 2,000 บาท และก็ได้ส่งเอกสารรายได้ รูปถ่ายร้าน ทุกอย่างที่ จนท.ธนาคาขอมาผ่านทางอีเมลล์และเจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับมาว่าเอกสารครบถ้วน และกำลังดำเนินการให้
3. แต่ในขณะที่ขออนุมัติไป ก็มีหมายศาลมาติดไว้ที่หน้าบ้านเป็นหมายเรียก ลงวันที่ 7 มีนาคม 2561 ว่าให้ไปที่ศาลวันที 5 เมษายน 2561 เราก็เลยโทรไปสอบถามกับจนท. ที่ทำเรืองขออนุมัติไว้ เค้าก็แจ้งว่า ทางสนญ. ไม่อนุมัติ ให้เหตุผลว่าเอกสารรายได้ไม่เพียงพอ แต่ก็ไม่ได้แจ้งมาว่าให้ส่งเพิ่มเติมหรืออย่างไง แล้วก็แจ้งว่าถ้าถึงขั้นตอนฟ้องแล้ว  ก็ต้องไปเซ็นยอมที่ศาล
4. หลังจากเดินทางไปศาล ก็ไปเจอทนายโจทย์ เค้าก็แจ้งเราว่ามี 3 ทางเลือก
คือ
1.เซ็นยอมตามเงื่อนไขธนาคาร
2. สู้คดี
3. ไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้ศาลตัดสิน ซึ่งเราก็ต้องแพ้เพราะเรากู้มาจริง

5. แต่ถ้าเซ็นยอมความไปสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ธนาคารคิดค่าดอกเบี้ยผิดนัดชำระ 18% เพิ่มมาเป็นเงินอีก แสนกว่าบาทบวกเพิ่มเข้าไปในหนี้เดิม เป็น 2.4x ล้าน และให้ชำระต่อเดือนเป็นจำนวน 32,600 บาท ระยะเวลา 12 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องผ่อนให้หมดภายใน 8 ปี ซึ่งสัญญาเดิมเหลือระยะเวลาอีก 20 ปี ตามสัญญาเดิม จึงทำให้ ภายใน 8 ปี ต้องผ่อนรายเดือนสูงมาก ซึ่งทำให้เดือดร้อนมากขึ้น
หมายเหตุ แนวทางที่อยากจะปรึกษาคือ ประเด็นที่เราไปทำเรืองตั้ง 3 ครั้งที่ธนาคาร ตั้งแต่ต้นปี  2560 ถ้าธนาคารยอมให้ปรับโครงสร้างหนี้ เรืองมันก็ไม่น่าจะมาถึงขนาดนี้ และที่เราขอทำเรืองไป ก็ไม่ได้ทำให้ธนาคาร สูญเสียผลประโยชน์อะไร เพราะขอส่งดอกเบี้ยทั้งหมด + เงินต้นนิดหน่อย พอที่จะช่วยบรรเทาปัญหาของเรา โดยจะขอปรับแค่ 1-2 ปี เท่านั้น แล้วค่อยไปขยับผ่อนมากขึ้นในปีต่อๆไป
แถมยัง (หลอก) ให้เราหาเงินก้อนไปจ่ายอีกแสนนึง ทำให้ยิ่งมีปัญหาทางการเงินเพิ่มขึ้นอีก แล้วทีนี้ถ้าเซ็นยอมทำตามที่ฟ้อง เราก็ต้องมาผ่อนเดือนละ 32,600 บาท ซึ่งทางเรายิ่งจะขอให้ปรับลดยอดผ่อน แต่กลายเป็นต้องมาผ่อนมากกว่าเดิมอีก พร้อมมีดอกเบี้ยปรับผิดนัดเพิ่มมาอีก แสนกว่าบาท จากการที่เค้าไม่ยอดทำเรืองปรับโครงสร้างให้เรา
เลยจะขอปรึกษาว่า ถ้าสู้คดีจะมีโอกาสมั๊ย เราแค่ต้องการ ผ่อนตามสัญญาเดิม ที่ีมีระยะเวลา 20 ปี แล้วส่งอย่างน้อยเท่าเดิมคือ 19,000 บาท หรือตามที่ได้ทำเรืองร้องขอไปทั้ง 3 ครั้ง คือส่งแค่ดอกเบี้ย พร้อมเงินต้น ซึ่งมียอดน้อยกว่า 19,000 แต่ไม่รู้จะเป็นยอดเท่าไหร่ซึ่งก็ต้องให้ธนาคารเป็นผู้กำหนด

ทั้งนี้ ส่วนของมูลหนี้เดิม 2.3 ล้านนั้น เรายอมรับอยู่แล้วครับ ว่าเรากู้มาจริง แต่สถานการณ์ตามที่ธนาคารกำหนดใหม่นี้ ยอมรับว่าหนักครับ พอจะมีทางมั๊ยครับ หรือต้องเซ็นยอมไปอย่างเดียว
กรณีถ้าหากว่าจะต่อสู้ แค่จะชำระหนี้ที่ค้างมาทั้งหมด แล้วค่อยให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ จะมีทางมั๊ยครับ เพราะว่า กลับมาจ่าย 19000 ก็ยังดีกว่า 32600 แน่นอนครับ แบบนี้จะมีทางไหนได้บ้างครับ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 9 
 เมื่อ: เมษายน 20, 2018, 03:57:55 pm 
เริ่มโดย sassy-girl - กระทู้ล่าสุด โดย ทนายคลายทุกข์
คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือ ญาติของคุณที่เค้าทำลงไป
เค้าจะตอบอย่างไร ให้การอย่างไร ก็สุดแล้วแต่เค้า
ทำผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ข้ออ้างว่าไม่รู้ คงใช้ไม่ได้

แต่ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ต้องสู้คดี มีแค่นี้เอง
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


 10 
 เมื่อ: เมษายน 20, 2018, 02:25:48 pm 
เริ่มโดย sassy-girl - กระทู้ล่าสุด โดย sassy-girl
ขอปรึกษาค่ะ เนื่องจากญาติดิฉันไปส่งข้อมูล เชิงอนาจาร ให้ผู้หญิงคนนึง และตอนนี้เค้าแจ้งความกับทางตำรวจไป และตอนนี้หมายเรียกก้อมาที่บ้านแล้ว ตำรวจเชิญตัวให้ไปพบ คือตอนที่ทำญาติดิฉันไม่ได้ขอโทษเค้า และไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องหนักขนาดนี้
ตามที่ตำรวจแจ้งคือผิดกฎหมาย พรบ.คอม มาตรา 14 (4) ค่ะ รบกวนท่านทนายช่วยตอบข้อสงสัยหน่อยนะค่ะ ว่าคดีสามารถยอมความได้หรือไม่ และวันที่ไปตามหมายเรียกตำรวจ ญาติดิฉันควรตอบและให้ปากคำตำรวจยังไงค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  


หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.576 วินาที กับ 16 คำสั่ง