พรากผู้เยาว์...........

(1/2) > >>

unlaws:
จำคดีป๋าเหลิมได้มั้ย..........
แกชอบเด็ก ผลสุดท้ายเข้าคุกเพราะเด็ก
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องของพระหนุ่มกับสีกาสาว ไม่เหมือนกับคดีป๋าเหลิม
พระหล่อบวชได้ไม่กี่เดือน นั่งเหม่อลอยอยู่ข้างริมกำแพงวัด เห็นคนสวย สีกาสาววัย ๑๖ เดินผ่านทุกวัน
"เสาเหล็กแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปก็ผลักมาก็ผลักหลักยังไหว......"
ในที่สุดตบะของพระหล่อก็แตกดังโพละ พระหล่อโดดกำแพงวัดไปได้เสียกับสีกาสาว สลัดจีวรไปอยู่กินกับเมียสาวนานปีเศษ มีลูกด้วยกันหนึ่งคน
ข้างฝ่ายพ่อแม่ของฝ่ายหญิง พอรู้เรื่องเข้าก็เต้นเป็นเจ้าเข้า วิ่งไปแจ้งความขอให้เอาตัวทิดหล่อมาเข้าคุก ฐานพรากผู้เยาว์ไปจากความปกครองของบิดามารดา
ข้างฝ่ายทิดหล่อก็ยอมรับว่าพาเด็กไปจริง ไม่ได้เอาไปทิ้งขว้างแต่ประการใด แต่เอาไปเลี้ยงเป็นลูกเมียกันจริงๆ
ปัญหา "รักกันหนาพากันหนี" เช่นนี้เกิดขึ้นเสมอในสังคมบ้านเรา เพราะเด็กมันรักกันแต่ผู้ใหญ่กีดกัน
นิยายรักเรื่อง "โรมิโอกับจูเลียต" ของเชคเปียร์จึงเกิดขึ้นได้
หลักกฎหมายเรื่องพรากผู้เยาว์นั้น กฎหมายเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ
"ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า ๑๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๘ ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย จำคุกตั้งแต่ ๒-๑๐ ปี"
"ถ้าทำเพื่อการอนาจาร จำคุกตั้งแต่ ๓-๑๕ ปี" (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๙)
มาตรานี้หมายถึงผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ถ้าพาเด็กอายุ ๑๕ปีถึง ๑๘ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองแล้วผิดทั้งนั้น ถ้าเด็กมันไม่ยอม ไม่ว่าจะพาไปเพื่ออะไร
ส่วนเรื่องที่ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ตามคดีที่เข้ามาตรา ๓๑๙ ที่ว่า
"ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า ๑๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๘ ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย จำคุกตั้งแต่ ๒-๑๐ ปี"
สรุปว่า กฎหมายเอาเกณฑ์เด็กอายุไม่ถึง ๑๘ ปีเป็นหลัก แม้ผู้เยาว์จะเต็มใจหรือไม่ ก็ผิดฐานพรากผู้เยาว์ทั้งนั้น
อธิบายความว่า กรณีที่พรากผู้เยาว์โดยเด็กเต็มใจไปด้วย คือ พาผู้หญิงเขาไปจากความปกครองของบิดามารดาเพื่อหากำไรนั้น เช่น เอาเด็กไปขายซ่องหรือเพื่อการอนาจารคือ พาเด็กไปเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะว่างั้นเถอะ กฎหมายเห็นว่าผู้หญิงยังเป็นเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ พ่อแม่เขาเลี้ยงดูอยู่ ผู้ชายก็ยังไม่ควร "รักกันหนาพากันหนี" มันไม่ถูกเรื่อง
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า "ต้องพาไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร" นะ ถ้าพาไปดูหนังดูละคร เดินเล่นแล้งส่งคืนพ่อแม่ ไม่ใช่ "เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร" ก็จะไม่ผิดฐานพรากผู้เยาว์ กรณีที่เด็กเต็มใจไปด้วย
เรื่องที่น่าคิด คือ การพาสาวไปหลับนอนกัน แน่นอน เป็นการอนาจาร แต่ถ้าพาสาวไปอยู่กินเป็นผัวเมียกันจริงๆ อย่างนี้จะเรียกว่า "พาไปเพื่อการอนาจาร" หรือไม่
นักกฎหมายเถียงกันมานานแล้ว เรื่องนี้มีคดีถึงศาลฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินอย่างนี้ครับ
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยพรากนางสาวสวย(นามสมมุติ) ไปอยู่กินกันฉันสามีภรรยา จนมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน จึงมิใช่พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จึงพิพากษายกฟ้อง
เป็นอันว่าทิดหล่อของเรารอดตะรางไปได้แค่เส้นยาแดงผ่าแปด
ชายใดหวังจะเจาะไข่แดงเด็ก พาเด็กไปเล่นมวยปล้ำ ระวังให้ดี ถ้าพาไปเจาะไข่แดงเล่นเข้าคุก ถ้าพาไปเจาะไข่แดงจริง เป็นเมียจริงก็อาจรอดคุกได้ เช่น ทิดหล่อของเรา
ข้อเตือนใจ
ถ้าเด็กไม่ยอม ไม่ว่าจะพาไปเพื่ออะไรผิดทั้งนั้น ถ้าเด็กยอมไปด้วย จะผิดเฉพาะพาไปเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร


หนังสือ "สนุกกับกฎหมาย" ของ อ.บุญร่วม เทียมจันทร์

ทนายอาสา:
กระทู้นี้ดีจัง มีคุณ ท.ทลายร่างทะลวงใจ ทั้งนั้นเลย

เยี่ยมครับ :P

unlaws:
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ น้าออด ก่อนครับที่ให้พื้นที่นี้ครับ
และขอโทษที่อาจจะทำให้ น้าออด สิ้นเปลืองพื้นที่ในการที่จะได้ไปใช้ประโยชน์ตามความมุ่งหมาย ของเว็บฯนี้ครับ


กระทู้นี้เป็นกระทู้สุดท้ายแล้ว...ครับ
ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
ท.ทะลายร่างทะลวงใจ ;D

ทนายอาสา:
แหม...น้อยใจไปได้
เอามาลงอีกเยอะๆครับ
เนื้อที่ผมเหลือเพียบครับ ไม่ต้องกลัววววว  ;D

radiergummi:
 ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป