ปรึกษาฟรี 084-6764477 ปรึกษากฎหมายฟรี คุยกับทนายความฟรี สายตรงทนายความ ปรึกษาทนายฟรี ปรึกษาคดีความ ปรึกษาคดีฟรี ทนายอาสา ว่าความ สายด่วนทนายความ ทนายความใจดี ทนายชาวบ้าน ทนายคนจน ทนายศาล ทนายคลายทุกข์ ทนายขอแรง ทนายความสมุทรปราการ ทนายมืออาชีพ ทนายศาล ทนายจิตอาสา บริการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ปรึกษาภาษี วางระบบบัญชี
ธันวาคม 14, 2017, 01:53:21 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ปรึกษาทนายฟรี 084-676-4477 ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทนายอาสา ทนายขอแรง ทนายคลายทุกข์ ทนายชาวบ้าน ทนายใจดี ทนายคนจน ปรึกษาคดีความฟรี คุยกับทนายความใจดี ทนายศาล ทนายมืออาชีพ หาทนายฟรี ทนายตั้งใจทำงาน สายด่วนทนาย สายตรงทนาย ทนายคุณธรรม ทนายเก่งๆ ทนายจิตอาสา ปรึกษาคดีความ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: !!การขอออกโฉนดที่ดิน และค่าธรรมเนียม !!  (อ่าน 15770 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทนายอาสา
ทนายความ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,748


ทนายอาสา ปรึกษาคดีฟรี


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 28, 2011, 06:43:40 pm »

การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ม.71 เดิม + ม.71 ปัจจุบัน)
พนง.จท. ผู้มีอำนาจจดทะเบียนเกี่ยวกับอสังหาฯ
ม.71 (เดิม) 1 ธ.ค. 2497 – 31 ธ.ค. 2528
พนง. ผู้มีอำนาจจดทะเบียนมีดังนี้
1. จพง.ที่ดิน หรือ ผู้ทำการแทน ณ สำนักที่ดิน จังหวัด หรือ สาขา ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินมีโฉนดที่ดิน
(2) ที่ดินมีใบไต่สวน
(3) อสังหาฯ บนที่ดินมีดฉนด หรือ ใบไต่สวน โดยจดทะเบียนรวมไปกับที่ดิน
2. นายอำเภอ หรือ ผู้ทำการแทน ณ ที่ว่าการอำเภอ ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินมีหนังสือแสดงสิทธิอย่างอื่น นอกจากโฉนดที่ดิน และ ใบไต่สวน (นส3 นส3ก สค1 นส2)
(2) อสังหาฯ บนที่ดินตาม (1) โดยจดทะเบียนรวมไปกับที่ดินนั้น
(3) จดทะเบียนอสังหาฯ อย่างเดียวไม่รวมที่ดิน (ขายบ้านบนที่ดินอย่างเดียว)

ม.71 (ปัจจุบัน)
พนง. ผู้มีอำนาจจดทะเบียน ได้แก่ จพง.ที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน จังหวัด หรือ สาขา ซึ่งที่ดินแปลงนั้นตั้งอยู่
แต่อย่างไรก็ตาม ม. 19 ในบทเฉพาะกาล แห่ง พรบ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.ที่ดิน ฉบับที่ 4 ปี 2528 ให้นายอำเภอตาม ม.71 เดิม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่า รมต.กระทรวงหมาดไทย จะได้ยกเลิกบทเฉพาะกาลในท้องที่นั้น

ม.72
การยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อให้ สนง.ที่ดินที่มีอำนาจดำเนินการจดทะเบียนให้ตาม ม.72
หลักเกณฑ์มีดังนี้
1. ที่ดินต้องมีโฉนดที่ดิน , ใบไต่สวน , นส.3 (หนังสือรับรองการทำประโยชน์)
2. เป็นการจดทะเบียนที่ไม่ต้องรังวัด
3. เป็นการจดทะเบียนที่ไม่ต้องประกาศก่อน

กรณีต้องมีประการก่อนจดทะเบียน (ใช้ ม.72 ไม่ได้)
1. การจดทะเบียนนิติกรรมทั่วไป เช่น ซื้อขาย ให้ จำนอง สำหรับที่ดินที่มี นส.3 และ นส.3 ข. (ไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ) ต้องประกาศก่อนจดทะเบียน 30 วัน
2. การจดทะเบียนรับมรดกที่ดิน ทุกประเภท (ไม่มีข้อยกเว้น) ต้องประกาศก่อน 30 วัน ตาม ม.81 ว.2
3. การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดก ในกรณีอื่น นอกจากโดยคำสั่งศาล ต้องประกาศก่อน 30 วัน ตาม ม.82 ประกอบ ม.81 ว.2 เช่น เจ้ามรดกทำพินัยกรรม ตั้งให้ นาย ก. เป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกต้องจดทะเบียนลงชื่อในดฉนดก่อนที่จะจัดการแบ่งให้ทายาทคนอื่น
ทั้ง 3 กรณีจึงต้องประกาศก่อน 30 วัน จะใช้ ม. 72 ว.2 ไม่ได้



กรณีไม่ต้องประกาศก่อนจดทะเบียน (ใช้ ม.72 ว.2 ได้)
1. เช่นจดทะเบียนนิติกรรมทั่วไป เช่นโฉนดที่ดิน หรือ นส.3 ก.
2. จดทะเบียนเลิกสิทธิ หรือ เลิกนิติกรรม
3. การจดทะเบียน ไถ่ถอนจำนอง หรือ ไถ่ถอนขายฝาก
** ถ้าเอา นส.3 หรือ นส.3 ข.ไปจำนอง หรือ ขายฝากต้องประกาศก่อน (เพราะไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ)

การจดทะเบียนการได้มาซึ่งที่ดิน โดยการครอบครองปรปักษ์ (ม.78)
หลักเกณฑ์การได้มา และ ขั้นตอนจดทะเบียน มีดังนี้
1. ต้องครอบครองให้ครบหลักเกณฑ์ใน ปพพ.1382
(1) ครอบครองที่ดินซึ่งผู้อื่นมีกรรมสิทธิ เช่นที่ดินมีโฉนด (และอีก 3 ชนิด)
(2) ครอบครองโดยสงบ หมายถึง การครอบครองนั้นไม่ถูกกำจัดด้วยอำนาจแห่งกฎหมายให้พ้นจากการครอบครอง (ต้องฟ้องต่อศาล)
(3) ครอบครองโดยเปิดเผย หมายถึง ครอบครองโดยให้เป็นที่รู้แก่บุคคลทั่วไป ไม่ปิดบังซ้อนเร้น
(4) ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ หมายถึง เจตนาจะเอากรรมสิทธิ์ของผู้อื่นเป็นของตน
(5) ครอบครองเป็นเวลาติดต่อกัน 10 ปี โดยไม่จำเป็นว่าต้องสุจริต
2. ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งหรือมีคำพิพากษา ให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์
3. นำคำสั่ง หรือ คำพิพากษา อันถึงที่สุดของศาล ไปยื่นคำขอจดทะเบียนต่อ พนง.ตาม ม. 71 (ป.ที่ดิน)
- ไม่ต้องประกาศก่อน จดทะเบียนได้เลย
- ควรมีคำขอท้ายฟ้องให้เจ้าของเดิมมอบโฉนดมาด้วย
ข้อสังเกตในการจดทะเบียน
1. ถ้าไม่ได้โฉนดมา ให้ จพง.ที่ดิน ออกใบแทนโฉนดที่ดิน แล้วจึงทำการจดทะเบียนให้
2. ถ้าได้กรรมสิทธิ์ไม่เต็มตามโฉนด ให้ พนง. ถามเจ้าของที่ดินเดิมว่า จะยอมให้มีชื่อร่วมในโฉนดที่ดินหรือไม่ ถ้าไม่ยอม ให้ พนง. ทำการแบ่งแยกโฉนดแล้วจึงจดทะเบียน
3. ถ้าที่ดินนั้นมีการจดจำนอง หรือ ขายฝาก ให้ พนง.รายงานให้ศาลทราบ และศาลมีคำสั่งประการใด ให้ดำเนินการไปตามนั้น


การรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน ตาม ม.79 (ป.ที่ดิน)
หลักเกณฑ์การรวมที่ดิน
1. ที่ดินทุกแปลงต้องมีหนังสือแสดงสิทธิ์ชนิดเดียวกัน
- โฉนดที่ดิน กับ โฉนดที่ดิน = ได้
- โฉนดตราจอง กับ โฉนดที่ดิน = ได้
- โฉนดที่ดิน กับ นส.3 = ไม่ได้
2. ผู้ที่มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิ์สำหรับที่ดินทุกแปลงต้องเหมือนกัน และ ยังมีชีวิตอยู่
3. ที่ดินทุกแปลงต้องมีเนื้อที่ติดกันเป็นผืนเดียวกัน
4. ที่ดินทุกแปลงต้องอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินเดียวกัน
5. ที่ดินทุกแปลงต้องอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกัน

การจดทะเบียนรับมรดกที่ดิน ตาม ม.81
1. ทายาทยื่นคำขอจดทะเบียน ต่อ จพง.ตาม ม.71 พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
(1) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นมรดก (โฉนดทั้งหลาย หรือ นส.3 สค.1 นส.2 )
(2) หลักฐานการตายของเจ้ามรดก
(3) หลักฐานการเป็นทายาท เช่น
- พินัยกรรม
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- บัตรประชาชน
(4) บัญชีเครือญาติของเจ้ามรดก (เอามาทุกคนไม่มียกเว้น ไม่ว่าใครจะถูกตัดหรือไม่)
2. พนท.ตรวจสอบหลักฐาน และเชื่อว่าผู้ขอจดทะเบียนเป็นทายาท ให้ พนท. ปิดประกาศมีกำหนด 30 วัน และส่งประกาศนั้นให้แก่ทายาททุกคนเท่าที่จะทำได้ (ม.81 ว.2)
3. เมื่อได้ประกาศตามข้อ 2 แล้ว
(1) ถ้าไม่มีทายาทคนใดโต้แย้งคัดค้าน ให้ พนท.จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอมีสิทธิ
(2) ถ้ามีทายาทคนใดโต้แย้งคัดค้าน ให้ พนท.สอบสวนคู่กรณี แล้วเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ ให้ดำเนินการไปตามนั้น แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ พนท.สั่งการไปตามที่เห็นสมควร และแจ้งคำสั่งเป้นหนังสือให้คู่กรณีทราบ
4. เมื่อได้ทราบคำสั่งตามข้อ 3 (2) แล้ว ให้ผู้ซึ่งไม่พอใจคำสั่ง นำคดีไปฟ้องศาลภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง
(1) ถ้ามีทายาทคนใดได้ฟ้องร้องต่อศาลให้ พนท.รอเรื่องไว้ ต่อมาศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดประการใด ให้ พนท.ดำเนินการไปตามนั้น
(2) ถ้าไม่มีทายาทคนใดฟ้องร้องต่อศาลภายใน 60 วัน ให้ พนท.ดำเนินการจดทะเบียนตามที่ได้มีคำสั่งในข้อ 3 (2)


การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดก ตาม ม.82
ขั้นตอนการจดทะเบียนมีดังนี้
1. ผจก.มรดก ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อ พนท.ตาม ม.71 พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
(1) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ซึ่งเป็นมรดก
(2) หลักฐานการตายของเจ้ามรดก
(3) หลักฐานการเป็น ผจก.มรดก เช่นคำสั่งศาล พินัยกรรม สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน
(4) บัญชีเครือญาติของเจ้ามรดห ในกรณีเป็น ผจก.มรดกโดยทางอื่นนอกจากคำสั่งศาล
2. พนท.ตรวจสอบหลักฐาน
(1) ถ้าเป็น ผจก.มรดก โดยคำสั่งศาล ให้ พนท.จดทะเบียนให้โดยไม่ต้องประกาศก่อน (จบได้ในชั้นนี้กรณีหนึ่ง)
(2) ถ้าเป็น ผจก.มรดก โดยทางอื่นนอกจากโดยคำสั่งศาล ให้ พนท. ทำการประกาศมีกำหนด 30 วัน และส่งประกาศนั้นให้แก่ทายาททึกคนเท่าที่จะทำได้ (อนุโลมตาม ม.81 ว.2)
3. เมื่อได้ประกาศตามข้อ 2 แล้ว
(1) ถ้าไม่มีทายาทคนใดโต้แย้งคัดค้าน ให้ พนท.จดทะเบียนลง ผจก.มรดกตามคำขอ
(2) ถ้ามีทายาทโต้แย้งคัดค้าน ให้ พนท.รอเรื่องไว้ และให้คู่กรณีไปฟ้องร้องต่อศาล ต่อมาศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาประการใด ให้ พนท.ดำเนินการไปตามนั้น (กรณีนี้ พนท.ไม่มีอำนาจสอบสวนและเปรียบเทียบ เหมือน ม.81 )

การอายัดที่ดินตาม ม.83
คือการระงับการจดทะเบียนเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินไว้ชั่วคราว
หลักเกณฑ์มีดังนี้
1. ผู้ขออาบัดต้องมีส่วนได้เสียในที่ดิน อันอาจจะฟ้องบังคับให้จดทะเบียน หรือ ให้เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้
- ส่วนได้เสียอันอาจจะฟ้องบังคับให้จดทะเบียน หมายถึง ฟ้องเจ้าของที่ดิน ให้จดทะเบียน “โอน” ที่ดินให้แก่ตนได้
- ส่วนได้เสียอันอาจจะฟ้องบังคับให้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หมายถึง มีสิทธิฟ้องให้ “เพิกถอน” การจดทะเบียนนั้นได้
2. พนท. จะสั่งรับอายัดไว้ได้มีกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่รับอายัด
3. เมื่อครบ 30 วัน การอายัดจะสิ้นสุดลง และ จะขออายัดอีกไม่ได้ เพราะเป็นอายัดซ้ำ

การอายัดสิ้นสุดในกรณีต่อไปนี้
1. เมื่อครบ 30 วัน นับแต่วันที่ พนท.สั่งอายัด
2. เมื่อ พนท.สั่งให้เลิกอายัด เนื่องจากเป็นการอายัดโดยไม่ชอบฯ

ที่ดินแปลงเดียวกันอายัดซ้ำไม่ได้
หลักเกณฑ์การอายัดซ้ำ
1. เป็นการขออายัดที่ดินแปลงเดียวกัน
2. เป็นการขออายัดโดยบุคคลเดียวกัน
3. เป็นการขออายัดในกรณีเดียวกัน หมายถึง อายัดโดยอาศัยเหตุเดิมกับการอายัดครั้งแรก

   




ค่าธรรมเนียมต่างๆในการจดทะเบียนนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์...

 
ขาย
ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๒ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ เศษของหนึ่งบาทให้คิดเป็นหนึ่งบาท
ค่าอากรแสตมป์ คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า โดยทุก ๒๐๐ บาท หรือเศษของ ๒๐๐ บาท เสียค่าอากรแสตมป์ ๑ บาท
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (ให้ดูรายละเอียดในเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะ)
ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ให้ดูรายละเอียดในเรื่องภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) ขั้นตอนการจดทะเบียน

ให้
ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๒ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ เว้นแต่เป็นการให้ระหว่างผู้บุพการีกับผู้สืบสันดาน หรือระหว่างคู่สมรส ร้อยละ ๐.๕ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ เศษของหนึ่งบาทให้คิดเป็นหนึ่งบาท
ค่าอากรแสตมป์ เสียเหมือนเรื่องขาย
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (ให้ดูรายละเอียดในเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะ)
ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ให้ดูรายละเอียดในเรื่องภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) ขั้นตอนการจดทะเบียน
หมายเหตุ วิธีการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เหมือนเรื่องขาย

มรดก
ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๒ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ เว้นแต่เป็นการโอนมรดก ระหว่างผู้บุพการีกับผู้สืบสันดาน หรือระหว่างคู่สมรส ร้อยละ ๐.๕ ของราคาประเมินทุนทรัพย์
ค่าอากรแสตมป์ ไม่เสีย
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เสีย
ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่เสีย ขั้นตอนการจดทะเบียน

จำนองหรือบุริมสิทธิ
ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๑ ของวงเงินจำนองหรือบุริมสิทธิ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นการจำนอง หรือบุริมสิทธิสำหรับการให้สินเชื่อเพื่อการเกษตรของสถาบันการเงินที่รัฐมนตรีกำหนด ร้อยละ ๐.๕ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
ค่าอากรแสตมป์ กรณีการจำนองเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ตราสารกู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารทุกจำนวนเงิน ๒,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๒,๐๐๐ บาท เสียค่าอากรแสตมป์ ๑ บาทแต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะตราสาร ๕
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เสีย
ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่เสีย ขั้นตอนการจดทะเบียน

เช่า
ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๑ จากจำนวนเงินค่าเช่าตลอดระยะเวลาการเช่า หากมีเงินกินเปล่าให้รวมเงินดังกล่าวเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมด้วย
ค่าอากรแสตมป์การเช่า คิดจากค่าเช่าตลอดเวลาที่เช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า ทุก ๑,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๑,๐๐๐ บาท เสียค่าอากรแสตมป์ ๑ บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะแห่งตราสาร ๑
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เสีย
ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่
บันทึกการเข้า

สายด่วนทนายความ  084-676-4477
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.123 วินาที กับ 19 คำสั่ง