ปรึกษาฟรี 084-6764477 ปรึกษากฎหมายฟรี คุยกับทนายความฟรี สายตรงทนายความ ปรึกษาทนายฟรี ปรึกษาคดีความ ปรึกษาคดีฟรี ทนายอาสา ว่าความ สายด่วนทนายความ ทนายความใจดี ทนายชาวบ้าน ทนายคนจน ทนายศาล ทนายคลายทุกข์ ทนายขอแรง ทนายความสมุทรปราการ ทนายมืออาชีพ ทนายศาล ทนายจิตอาสา บริการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ปรึกษาภาษี วางระบบบัญชี
มกราคม 19, 2018, 10:22:44 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ปรึกษาทนายฟรี 084-676-4477 ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทนายอาสา ทนายขอแรง ทนายคลายทุกข์ ทนายชาวบ้าน ทนายใจดี ทนายคนจน ปรึกษาคดีความฟรี คุยกับทนายความใจดี ทนายศาล ทนายมืออาชีพ หาทนายฟรี ทนายตั้งใจทำงาน สายด่วนทนาย สายตรงทนาย ทนายคุณธรรม ทนายเก่งๆ ทนายจิตอาสา ปรึกษาคดีความ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ++สรุปย่อ ว่าด้วยเรื่องมรดก ++  (อ่าน 12394 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทนายอาสา
ทนายความ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,748


ทนายอาสา ปรึกษาคดีฟรี


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 28, 2011, 06:50:57 pm »

ว่าด้วยเรื่องมรดก ม.1600
เรื่อง การแทนที่มรดก ม.1639 หลักคือ
เจ้ามรดกมีทายาทตาม ม.1629 (1) (3) (4) (6)
ถ้าทายาทตาม อนุ 1 3 4 6  ตายก่อนเจ้ามรดก และมีผู้สืบสันดาน
ผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ได้ตาม ม.1639 ประกอบ ม.1642 ไล่ไปจนกว่าจะสุดสาย
ถ้าไม่มีทายาทตาม ม.1629 อนุ 1 3 4 6 แต่มีคู่สมรส ให้คู่สมรสรับมรดกได้ตาม ม. 1635
ประกอบ ม.1629 ว.2

ว่าด้วยการสืบมรดก ม.1607 ม.1615
จะมีการสืบมรดกได้ ก็ต่อเมื่อทายาทนั้นได้กระทำตามนี้
บอกสละมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ตาม ม.1612 ม.1613
ถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกตาม ม.1606
ส่งผลให้ผู้สืบสันดานของผู้นั้นสืบมรดกต่อไปได้ ตาม ม.1615 ว.1 และ ว.2
แต่ถ้าผู้รับพินัยกรรมบอกสละมรดก จะไม่มีการสืบมรดกต่อไปตาม ม.1617

การถูกตัดมิให้รับมรดก จะถูกตัดทั้งสาย ตาม ม.1608
ส่งผลให้ผู้สืบสันดานของผู้ที่ถูกตัดนั้น ไม่มีสิทธิรับมรดกเลย ทั้งสาย
ข้อสังเกต ถ้าผู้รับพินัยกรรมถูกตัดมิให้รับพินัยกรรม โดยมิได้มีการตัดตามพินัยกรรมฉบับใหม่
ผู้รับพินัยกรรมยังคงได้รับมรดกเหมือนเดิม เหมือนว่าไม่มีการตัดเลย
เพราะ ม.1608 นี้ใช้กับทายาทโดยธรรมเท่านั้น

กรณีพระ
หลักคือ เป็นพระเท่านั้นที่จะนำมาตรา 1622 – 1624 มาบังคับใช้
ส่วนนักบวชอื่น หรือ เณร แม่ชี ไม่นำมาบังคับใช้
ขณะเป็นพระจะฟ้องเรียกมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมไม่ได้ ถ้าจะฟ้องต้องสึกมาก่อน
ตาม ม.1622 ว.1 แต่ว่า ถ้าเป็นผู้รับพินัยกรรม ไม่ต้องสึกก็ฟ้องเรียกมรดกได้ ตาม ม.1622 ว.2
ม. 1623 ถ้าพระตายในขณะบวช มรดกทั้งหมดขณะที่บวช ตกแก่วัด  กรณีที่ทรัพย์มรดกไม่ตกแก่วัด
คือ พระทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกนั้น
ม.1624 แม้ว่าพระตายในขณะบวช แต่ว่าทรัพย์สินที่มีก่อนบวชก็ตกแก่ทายาทโดยธรรมของพระ
ตาม ม.1629 ประกอบ ม.1603 ว.2



พินัยกรรม มี 6 แบบคือ (เอาที่สำคัญๆ 3 แบบ)
แบบธรรมดา ม.1656 หลักคือ เขียนหรือพิมพ์ก็ได้ ใครเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีลายมือชื่อของเจ้ามรดกลงไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน
คำว่าพร้อมกัน คือ พยานอยู่พร้อมกันทั้ง 2 คน ไม่ใช่มีพยาน 2 คน แต่อีกคนลุกไปฉี่ แล้วมาลงที่หลัง อันนี้พินัยกรรมจะใช้ไม่ได้ เพราะขัดต่อ ม.1656 ตกเป็นโมฆะ
เจ้ามรดก พิมพ์ลายนิ้วมือได้ แต่ลายนิ้วตีนพิมพ์ไม่ได้ พิมพ์ไปไม่มีผล

แบบ เขียนเองทั้งฉบับ ตาม ม.1657 หลัก คือ เขียนด้วยลายมือตนเองของเจ้ามรดก
ดังนั้นถ้าเจ้ามรดก แขนขาดทั้งสองข้าง ใช้ปากหรือตีนเขียน พินัยกรรมจะตกเป็นโมฆะ
เพราะไม่ได้เขียนด้วยลายมือของตนเอง (ดูตัวบทเดี๋ยวนี้)
และจะมีพยานหรือไม่ก็ได้ หลักของพินัยกรรมแบบนี้คือ เขียนด้วยลายมือตนเอง
ถ้าหากว่าพิมพ์แล้วลงลายมือชื่อจะใช้ไม่ได้ ยกเว้นแต่ว่า มีพยาน 2 คน(ตาม ม.1656)
ก็จะเข้าแบบของพินัยกรรมธรรมดาไป ตาม ม.173

แบบเอกสารฝ่ายเมือง ม.1658
หลักคือ เอาพยานไปด้วย 2 คน ไปบอกนายอำเภอ ให้นายอำเภอจดเมื่อจดเสร็จ นายอำเภอต้องอ่านให้ฟัง และให้เจ้ามรดกลงลายมือชื่อ และ พยานอีก 2 คน จากนั้นนายอำเภอจึงลงลายมือชื่อด้วย

มรดกที่ไม่มีผู้รับ ตาม ม.1753
ให้ตกแก่แผ่นดิน อย่าตอบว่าผู้รับมรดกคือแผ่นดิน เพราะแผ่นดินไม่ใช่ทายาท

อายุความฟ้องเรียกให้แบ่งมรดกคือ 1 ปี ตาม ม.1754
ดังนั้น เจ้าหนี้ก็ต้องตกอยู่ในบังคับของ ม.1754 เช่นกัน แม้ว่าอายุความอื่นจะมีกำหนดกี่ปีก็ตาม

ระหว่างทายาทด้วยกันเอง เรียกให้ทายาทอื่น หรือ ผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์ได้ตลอด ตาม ม.1748
แม้ว่าจะเกิน 1 ปีแล้วก็ตาม เพราะไม่ใช่เรื่องของการฟ้องเรียกมรดกในทายาททายาท

การเบียดบังมรดก ตาม ม.1605 หลักคือ ทายาทคนนั้นจะไม่ได้รับส่วนที่เอามาแบ่งใหม่อีกเลย
เช่น นาย ก มี มรดก 9 ล้านบาท และมีทายาท 3 คน คือ แดง ดำ เขียว
แดงเบียดบังไป 3 ล้าน (เท่าส่วน) ต้องเอา เงิน 3 ล้าน มาแบ่งให้ ดำ กับ เขียวอีกคนละ 1.5 ล้าน
เท่านั้น หรือ ถ้าแดงเบียดบังไป 3 ล้าน ดำ เบียดไป 1 ล้าน จะแบ่งมรดกได้ดังนี้
แดง ไม่ได้เลย ดำ ได้ 2 ล้าน เขียวได้ 3 ล้าน แต่มีเงินที่เบียดบังอยู่คือ 4 ล้าน ก็จะเอาไปแบ่งแก่ ดำ และ เขียว คนละ 2 ล้าน
ดังนั้น แดง ไม่ได้เลย ดำจะได้ 4 ล้าน เขียวได้ 5 ล้าน
ข้อสังเกต ถ้าหากว่า ทั้ง แดง และ ดำ มีผู้สืบสันดาน เขียวจะไม่ได้รับส่วนที่แดงและดำเบียดบังเลย
เงินที่เบียดบังจะตกแก่ผู้สืบสันดานของ แดง และ ดำแทน เรียกว่า สืบมรดก ตาม ม1607

หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์นะครับ
บันทึกการเข้า

สายด่วนทนายความ  084-676-4477
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.099 วินาที กับ 20 คำสั่ง