ปรึกษาฟรี 084-6764477 ปรึกษากฎหมายฟรี คุยกับทนายความฟรี สายตรงทนายความ ปรึกษาทนายฟรี ปรึกษาคดีความ ปรึกษาคดีฟรี ทนายอาสา ว่าความ สายด่วนทนายความ ทนายความใจดี ทนายชาวบ้าน ทนายคนจน ทนายศาล ทนายคลายทุกข์ ทนายขอแรง ทนายความสมุทรปราการ ทนายมืออาชีพ ทนายศาล ทนายจิตอาสา บริการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ปรึกษาภาษี วางระบบบัญชี
ธันวาคม 14, 2017, 01:33:13 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ปรึกษาทนายฟรี 084-676-4477 ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทนายอาสา ทนายขอแรง ทนายคลายทุกข์ ทนายชาวบ้าน ทนายใจดี ทนายคนจน ปรึกษาคดีความฟรี คุยกับทนายความใจดี ทนายศาล ทนายมืออาชีพ หาทนายฟรี ทนายตั้งใจทำงาน สายด่วนทนาย สายตรงทนาย ทนายคุณธรรม ทนายเก่งๆ ทนายจิตอาสา ปรึกษาคดีความ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ออกเช็คมอบให้ไว้ในวันกู้ยืม มีความผิดแล้วนะ  (อ่าน 9019 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทนายอาสา
ทนายความ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,748


ทนายอาสา ปรึกษาคดีฟรี


เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2011, 07:36:43 am »

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6888/2550


ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็คฯ นั้น  วันออกเช็คย่อมหมายถึงวันที่ลงในเช็ค ส่วนวันที่เขียนเช็คหรือมอบเช็คให้แก่ผู้เสียหายหาใช่วันที่ออกเช็คไม่ ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้รับหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและเช็คพิพาทแล้วผู้เสียหายก็มอบเงินที่กู้ยืมให้แก่จำเลยในวันเดียวกันนั้น โดยปรากฏว่าวันสั่งจ่ายเช็คที่ลงในเช็คพิพาทตรงกับวันครบกำหนดชำระเงินตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน แสดงว่าขณะที่เช็คพิพาทถึงกำหนดสั่งจ่ายซึ่งถือเป็นวันออกเช็คนั้น มูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวย่อมสมบูรณ์และมีหลักฐานเป็นหนังสือสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 หรือไม่    จำเลยฎีกาว่า ขณะจำเลยมอบเช็คพิพาทและหนังสือสัญญากู้ยืมเงินให้แก่ผู้เสียหาย  สัญญากู้ยืมเงินยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่ได้ส่งมอบเงินให้แก่จำเลย   ผู้เสียหายเพิ่งมอบเงินให้แก่จำเลยหลังจากตรวจดูหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและเช็คพิพาทแล้ว   ขณะจำเลยส่งมอบเช็คพิพาทให้แก่ผู้เสียหาย   จึงยังไม่มีหนี้อยู่จริงและไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย   การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้น    ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว  ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222  ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า หลังจากจำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและออกเช็คพิพาทลงวันที่ 20 มิถุนายน 2545  จำนวนเงิน 230,000 บาท  มอบให้แก่ผู้เสียหายแล้ว  ผู้เสียหายจึงมอบเงินที่กู้ยืมให้แก่จำเลยภายหลังในวันเดียวกัน เห็นว่า ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 นั้น  วันออกเช็คย่อมหมายถึงวันที่ลงในเช็ค  ส่วนวันที่เขียนเช็คหรือมอบเช็คให้แก่ผู้เสียหายหาใช่วันที่ออกเช็คไม่   ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าหลังจากที่ผู้เสียหายได้รับหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและเช็คพิพาทแล้ว ผู้เสียหายก็มอบเงินที่กู้ยืมให้แก่จำเลยในวันเดียวกันนั้นโดยปรากฏว่าวันสั่งจ่ายเช็คที่ลงในเช็คพิพาทตรงกับวันครบกำหนดชำระเงินตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน แสดงว่าขณะที่เช็คพิพาทถึงกำหนดสั่งจ่ายซึ่งถือเป็นวันออกเช็คนั้น มูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวย่อมสมบูรณ์และมีหลักฐานเป็นหนังสือสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามจำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้ให้ผู้เสียหาย 230,000 บาท การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน นั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี”

จากคุณ    : ละอ่อนธรรม
เขียนเมื่อ    : 27 ก.ค. 54 16:27:51

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U10860188/U10860188.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2011, 07:38:22 am โดย พี่ออดเอง » บันทึกการเข้า

สายด่วนทนายความ  084-676-4477
ทนายอาสา
ทนายความ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,748


ทนายอาสา ปรึกษาคดีฟรี


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2011, 07:37:22 am »

นับแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534ใช้บังคับมาเป็นเวลา5ปีเศษแล้วมีปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีออกเช็คชำระหนี้กู้ยืมมาหลายเรื่องเช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่1717/2535การออกเช็คชำระหนี้เงินที่กู้ยืมไปมีจำนวนเกินกว่า50บาทโดยมิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมกันไว้เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่ต้องห้ามตามกฎหมายมิให้ฟ้องร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา653จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา4เพราะการออกเช็คที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา4จะต้องเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายเหตุที่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเช่นนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา4วรรคแรกวางหลักเกณฑ์แตกต่างจากพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497มาตรา4วรรคแรกโดยเพิ่มหลักเกณฑ์ที่เป็นสาระสำคัญว่าออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายกรณีตามฎีกาแม้เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงคือชำระหนี้เงินที่กู้ยืมไปซึ่งย่อมมีมูลหนี้คือยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา640และมาตรา641แต่มูลหนี้ที่กู้ยืมนั้นเกินกว่า50บาทซึ่งมิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมไว้ดังนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา653วรรคหนึ่งห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งกรณีเช่นนี้ย่อมไม่อาจฟ้องร้องให้ผู้กู้ยืมรับผิดใช้เงินที่กู้ยืมไปได้เมื่อเป็นเช่นนี้จึงถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่สามารถบังคับให้ชำระหนี้ตามกฎหมายได้จึงขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา4วรรคแรกผลก็คือจำเลยไม่มีความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวในปีนั้นมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในทำนองเดียวกันคือคำพิพากษาศาลฎีกาที่1716/2535และ3484/2535และปี2537มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่199/2537วินิจฉัยไว้ทำนองเดียวกัน

         ส่วนกรณีที่กู้ยืมเงินกันแล้วผู้กู้ออกเช็คมอบให้แก่ผู้ให้กู้เช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่2834/2535ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์มีว่าจำเลยมาขอกู้ยืมเงินผู้เสียหายโดยจำเลยออกเช็คตามฟ้องทั้งสองฉบับให้ผู้เสียหายแล้วผู้เสียหายจึงเอาเงินเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คทั้งสองฉบับมอบให้จำเลยศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าก่อนจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้ผู้เสียหายนั้นจำเลยกับผู้เสียหายมิได้มีหนี้ต่อกันการออกเช็คของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงให้ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด

         คดีตามหมายเหตุศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วแต่เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาผู้ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาซึ่งตามคำฟ้องมีการลำดับข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องว่ามีการทำสัญญากู้ยืมเงินกันแล้วผู้กู้ยืมคือจำเลยออกเช็คจำนวนเงินตามสัญญากู้ยืมเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์และตามทางไต่สวนโจทก์มีสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยมาแสดงว่าทำการกู้ยืมเงินโจทก์ไปจำนวน550,000บาทเมื่อวันที่20เมษายน2537และในวันนั้นเองจำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวมอบให้แก่โจทก์เป็นเช็คลงวันที่ล่วงหน้าตรงกับวันที่ครบกำหนดชำระเงินคือวันที่20มิถุนายน2537ปัญหาว่าการออกเช็คในลักษณะเช่นนี้เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่และบังคับได้ตามกฎหมายหรือเป็นการสั่งจ่ายเช็คเป็นการประกันหนี้เงินกู้ตามที่ศาลล่างทั้งสองศาลมีคำวินิจฉัยศาลฎีกาเห็นว่าตามลำดับข้อเท็จจริงจากทางไต่สวนของโจทก์ในลักษณะเช่นนี้ย่อมฟังได้เบื้องต้นว่าจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์ตามสัญญากู้ยืมซึ่งเป็นไปตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา641ว่าสัญญากู้ยืมเกิดขึ้นแล้วและนับแต่นั้นไปจำเลยย่อมได้ชื่อว่าเป็นหนี้หรือลูกหนี้โจทก์แล้วจึงเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงตามนัยพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา4วรรคแรกดังนั้นการที่จำเลยออกเช็คมอบให้แก่โจทก์ไว้แม้ในเวลาต่อเนื่องกันในวันเดียวกันซึ่งตามทางไต่สวนของโจทก์ว่าเป็นการออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ไว้ล่วงหน้าซึ่งทั้งจำนวนเงินและวันที่ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญากู้ซึ่งก็คงไม่มีเหตุพอที่จะฟังเป็นอย่างอื่นนอกจากจะต้องฟังว่าเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงแล้วในขณะนั้นและบังคับได้ตามกฎหมายหาใช่เป็นการออกเช็คเพื่อเป็นการประกันหนี้ดังที่ศาลล่างทั้งสองได้มีคำวินิจฉัยไว้ไม่จึงพิพากษากลับให้ประทับฟ้องแต่อย่างไรก็ดีคดีนี้ยังคงต้องมีการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปและอาจขึ้นมาสู่ศาลฎีกาอีกก็ได้ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวางเป็นแนวในเรื่องออกเช็คเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงินแม้จะออกเช็คในวันเดียวกันโดยออกหลังจากกู้ยืมเงินกันแล้วคงถือเป็นบรรทัดฐานกันต่อไป

         คดีนี้คงเป็นการเตือนใจทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ซึ่งคงมีแนวคิดอาจแตกต่างกันไปและระมัดระวังในการรับเช็คและออกเช็คในเรื่องกู้ยืมเงิน

          พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา

จากคุณ    : boxxcatt
เขียนเมื่อ    : 27 ก.ค. 54 20:58:23
บันทึกการเข้า

สายด่วนทนายความ  084-676-4477
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.133 วินาที กับ 20 คำสั่ง