ปรึกษาฟรี 084-6764477 ปรึกษากฎหมายฟรี คุยกับทนายความฟรี สายตรงทนายความ ปรึกษาทนายฟรี ปรึกษาคดีความ ปรึกษาคดีฟรี ทนายอาสา ว่าความ สายด่วนทนายความ ทนายความใจดี ทนายชาวบ้าน ทนายคนจน ทนายศาล ทนายคลายทุกข์ ทนายขอแรง ทนายความสมุทรปราการ ทนายมืออาชีพ ทนายศาล ทนายจิตอาสา บริการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ปรึกษาภาษี วางระบบบัญชี
ธันวาคม 14, 2017, 08:16:27 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ปรึกษาทนายฟรี 084-676-4477 ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทนายอาสา ทนายขอแรง ทนายคลายทุกข์ ทนายชาวบ้าน ทนายใจดี ทนายคนจน ปรึกษาคดีความฟรี คุยกับทนายความใจดี ทนายศาล ทนายมืออาชีพ หาทนายฟรี ทนายตั้งใจทำงาน สายด่วนทนาย สายตรงทนาย ทนายคุณธรรม ทนายเก่งๆ ทนายจิตอาสา ปรึกษาคดีความ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้เรื่องประกันสังคมกันเถอะ  (อ่าน 2927 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ทนายคลายทุกข์
ยินดีต้อนรับ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,917


ทนายอาสา ทนายฟรี


เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 08:34:21 am »

พระราชบัญญัติประกันสังคม

มาตรา ๓๘  ความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ สิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั้น
(๑) ตาย
(๒) สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง

....ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างตาม (๒) ได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิตามบทบัญญัติในลักษณะ ๓ แล้ว ให้ผู้นั้นมีสิทธิตามบทบัญญัติในหมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ ต่อไปอีกหกเดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างหรือตามระยะเวลาที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องไม่เกินสิบสองเดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง

มาตรา ๓๙ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตามมาตรา ๓๘ (๒) ถ้าผู้นั้นประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

.....จำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบที่ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง ต้องนำส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๔๖ วรรคสอง ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง  ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจในขณะนั้นด้วย

.....ให้ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละครั้งภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

.....ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งซึ่งไม่ส่งเงินสมทบหรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ยังมิได้นำส่งหรือของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ สำหรับเศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวันหรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกกว่านั้นให้ปัดทิ้ง


มาตรา ๔๑ ความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ สิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั้น

(๑) ตาย
(๒) ได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ อีก
(๓) ลาออกจากความเป็นผู้ประกันตนโดยการแสดงความจำนงต่อสำนักงาน
(๔) ไม่ส่งเงินสมทบสามเดือนติดต่อกัน
(๕) ภายในระยะเวลาสิบสองเดือนส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบเก้าเดือน

.....การสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตาม (๔) สิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ และการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตาม (๕) สิ้นสุดลงในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบเก้าเดือน

.....ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตาม (๓) (๔) และ (๕) ได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิตามบทบัญญัติในลักษณะ ๓ แล้ว ให้ผู้นั้นมีสิทธิตามบทบัญญัติในหมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และหมวด ๕ ต่อไปอีกหกเดือนนับแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน


มาตรา ๗๗ ทวิ ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเดือนให้มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่อายุครบห้าสิบห้าปีบริบูรณ์ เว้นแต่เมื่อมีอายุครบห้าสิบห้าปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนยังไม่สิ้นสุดลงตามมาตรา ๓๘ หรือ มาตรา ๔๑ ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบไม่ครบหนึ่งร้อยแปดสิบเดือนและความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตามมาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๔๑ ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ...

มาตรา ๗๗ จัตวา ในกรณีผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามมาตรา ๗๗ ทวิ ถึงแก่ความตายก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนหรือผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายในหกสิบเดือนนับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ ให้ทายาทของผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

ทายาทผู้มีสิทธิตามวรรคหนึ่ง ได้แก่
(๑) บุตรชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้นบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นให้ได้รับสองส่วน ถ้าผู้ประกันตนที่ตายมีบุตรตั้งแต่สามคนขึ้นไปให้ได้รับสามส่วน
(๒) สามีหรือภริยาให้ได้รับหนึ่งส่วน และ
(๓) บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน

.....ในกรณีที่ไม่มีทายาทในอนุมาตราใด หรือทายาทนั้นได้ตายไปเสียก่อนให้แบ่งเงินตามมาตรา ๗๗ (๒) ในระหว่างทายาทผู้มีสิทธิในอนุมาตราที่มีทายาทผู้มีสิทธิได้รับ


อธิบาย..ถ้า

1. ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ให้มีสิทธิได้รับเงิน "บำนาญชราภาพ" ตั้งแต่เดือนที่อายุครบ 55 ปี และต้องลาออกจากงานแล้ว (ตกงาน) จึงจะมีสิทธิได้รับ
ถ้าตอนนี้ท่านอายุยังไม่ครบ 55 ปี ท่านต้องรอให้ครบก่อน จึงจะไปยื่นเรื่องขอรับเงินได้

2. อายุครบ 55 ปีแล้ว และยังเป็นผู้ประกันตนอยู่ (ยังทำงานอยู่) ถ้าลาออกตอนอายุครบ 55 ปีหรือกว่านั้น ให้ได้รับเงิน " บำนาญชราภาพ" เช่นกัน

3. ถ้าส่งเงินเข้าประกันสังคมไม่ครบ 180 เดือน และ ลาออกหรือไม่ได้เป็นผู้ประกันตนแล้ว ตามมาตรา 38 หรือ 41 จะได้รับเงิน "บำเหน็จชราภาพ" ( ต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไปด้วย)


สรุปคือ สิทธิที่ท่านจะได้รับเงินบำเหน็จ หรือ บำนาญ ในกรณีที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์นั้น ต้องดูเป็นกรณีๆไปครับ
บันทึกการเข้า

สายด่วน 084-6764477 จ-ส. 9.00-18.00 น.เท่านั้น
ถ้าให้ดำเนินการทางคดี จะมีค่าใช้จ่ายตามปกติ
ทนายคลายทุกข์
ยินดีต้อนรับ
Administrator
สมาชิกว่างงาน
*****
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,917


ทนายอาสา ทนายฟรี


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 08:48:49 am »

โปรแกรมการคำนวณเงินบำนาญชราภาพเบื้องต้น

เพื่อผู้ประกันตนสามารถคำนวณเงินบำนาญชราภาพในเบื้องต้น โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 180 เดือน หรือ 15 ปี มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นมาตราฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

2. กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพตามข้อ 1 ขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน

3. ค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบไม่น้อยกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท

4. สำนักงานประกันสังคมเริ่มจัดเก็บเงินสมทบกรณีชราภาพ วันที่ 31 ธันวาคม 2541

 

สูตรคำนวณ:

          เงินบำนาญรายเดือน   = {[20+(1.5*(t-15))]*w}/100

          w                       =  ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

          t                        =  ระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบกรณีชราภาพ

 
ตัวอย่างตารางคำนวณเงินบำนาญรายเดือน

       สำหรับผู้ประกันตนที่มีค่าจ้างมากกว่าหรือเท่า 15,000 บาท ค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบสูงสุดไม่เกือบเดือนละ 15,000 บาท ดังนั้นค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคือ15,000 บาท

       หากท่านส่งเงินสมทบเป็นระยะเวลา 15 ปี ท่านมีสิทธิรับบำนาญรายเดือนเดือนละ 3,000 บาท แต่หากท่านส่งเงินสมทบต่ออีก 10 ปี บำนาญรายเดือนของท่านจะเพิ่มเป็น 5,250 บาท

ระยะเวลาที่ส่ง
เงินสมทบ(ปี)    บำนาญที่ได้รับ
ร้อยละของค้าจ้างเดือนสุดท้าย (%)    จำนวนเงิน (บาท/เดือน)
15    20.0    3,000
20    27.5    4,125
25    35.0    5,250
30    42.5    6,375
35    50.0    7,500


ที่มา : http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=935
บันทึกการเข้า

สายด่วน 084-6764477 จ-ส. 9.00-18.00 น.เท่านั้น
ถ้าให้ดำเนินการทางคดี จะมีค่าใช้จ่ายตามปกติ
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.075 วินาที กับ 19 คำสั่ง